Skip to Content

ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?

                                         ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง? 

           ค่าลดหย่อนและยกเว้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออก จากเงินได้ได้อีกหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยมีการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป สรุปได้ดังนี้ (1) กรณีบุคคลธรรมดา หรือผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี 
          1. ผู้มีเงินได้ 60,000 บาท 
          2. คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) 60,000 บาท 
          3. ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้หักลดหย่อนรวมกันได้ ไม่เกิน 120,000 บาท 
          4. บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม คนละ 30,000 บาท บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ ปี 2561 หักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท 
          5. ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร หักลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ในแต่ละคราว 
          6. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ โดยบิดามารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอหักลดหย่อนไม่เกิน 30,000 บาท หักค่าลดหย่อน คนละ 30,000 บาท และสามารถหักลดหย่อนสำหรับบิดามารดาของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้อีกคนละ 30,000 บาท 
          7. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ หักลดหย่อน คนละ 60,000 บาท 
          8. ค่าเบี้ยประกันชีวิต (กรมธรรม์อายุ 10 ปีขึ้นไป) ของผู้มีเงินได้หักลดหย่อนและได้รับการยกเว้น ภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท กรมธรรม์ที่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนคืน แต่ ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันรายปี ทั้งนี้ หากคู่สมรสมีการประกันชีวิตและความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ ตลอดปีภาษี ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อน สำหรับเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้หักลดหย่อนเท่าที่จ่าย จริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท 
         9. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท ทั้งนี้ หาก รวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิต ต้องไม่เกิน 100,000 บาท 
        10. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ บิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษี เงินได้เกิน 30,000 บาท 
       11. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท 
       12. เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ได้รับยกเว้นเท่าที่จ่ายเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 ของเงิน ได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อหน่วย ลงทุนครั้งแรก และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
      13. ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินร้อยละ15 ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลประโยชน์ เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปถึงอายุ 85 ปีหรือกว่านั้น และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุน สำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตาม กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เงินค่าซื้อหน่วยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท 
      14. เงินสะสม กบข. หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท 
      15. เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท 
      16. เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท 
      17. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม SSF หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของ เงินได้พึงประเมิน ต้องไม่เกิน 200,000 บาท 
     18. ดอกเบี้ยกู้ยืมที่จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้าง สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืม หักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท 
     19. เงินสมทบประกันสังคม หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 9,000 บาท 
     20. เงินลงทุนในหุ้น หรือการเป็นหุ้นส่วนเพื่อจัดตั้ง หรือเพิ่มทุนบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับ จดทะเบียนวิสาหกิจเพื่อสังคมและได้จดแจ้งการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท 
    21. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน ร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ต้องไม่เกิน 300,000 บาท ต้องถือหน่วยลงทุนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุน 
    22. ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (Easy E-Receipt) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 – 15 กุมภาพันธ์ 2567 หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท 
    23. ค่าก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้รับจ้าง (สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักลดหย่อนไม่เกิน 100,000 บาท (จำนวน 10,000 บาท ต่อทุกจำนวน 1,000,000 บาท) 
    24. ค่าท่องเที่ยวภายในประเทศ (เที่ยวเมืองรอง) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 – 30 พฤศจิกายน 2567 หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท 
    25. ค่าซ่อมบ้าน (จากอุทกภัยวันที่ 16 สิงหาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2567) หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท 
    26. ค่าซ่อมรถ (จากอุทกภัยวันที่ 16 สิงหาคม 2567 – 31 ธันวาคม 2567) หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
    27. เงินบริจาคให้แก่พรรคการเมือง เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรม ระดมทุนของพรรคการเมือง หักลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท 
   28. เงินบริจาค 
          - เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา การกีฬา และโรงพยาบาลรัฐ ผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) หักได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน 
          - เงินบริจาคอื่น หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (2) กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล หักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาท (3) กรณีกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง หักลดหย่อนได้60,000 บาท

in HRM
Sign in to leave a comment
ประเภทเงินรายได้ที่ต้องเสียภาษี